บทที่ 9 ความสัมพันธ์เกินห้ามใจ 1

สามชั่วโมงต่อมา

หลังจากทะเลาะวิวาทจนเลือดตกยางออก จตุรงค์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส ทว่าเจ้าของผับหรือคนถูกทำร้าย ไม่ประสงค์แจ้งความ ต่างคนต่างแยกย้าย ราวกับว่า ไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้รู้ถึงตำรวจ อาจเพราะในผับมีของผิดกฎหมาย มีไว้บริการลูกค้าโดยเฉพาะ ฝ่ายจตุรงค์เป็นที่รู้กันว่า ตระกูลเขาสีเทา ห่างเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดีที่สุด แต่เชื่อเถอะว่า จตุรงค์ไม่จบแค่นี้แน่นอน

เตชินท์ มาร์เซลโล่ ริกการ์โดและอินทิยาไม่ได้แยกย้ายกันกลับ ทั้งสี่นั่งดื่มในผับภายในโรงแรมที่มาร์เซลโล่กับริกการ์โดพัก สามหนุ่มดื่มตามปกติ คนเดียวที่ดื่มหนักคืออินทิยา เธอดื่มแบบแก้วต่อแก้ว ประหนึ่งให้น้ำเมาดับความทุกข์ ความเสียใจเกาะกินมานานหลายปี

สุเมธ ลูกน้องของอินทิยา เป็นผู้เล่าเรื่องราวในอดีตให้สามหนุ่มฟัง ถึงสาเหตุที่เธอเกลียดชังจตุรงค์เข้าไส้ อินทิยาเคยมีแพลนแต่งงานกับนพศิลป์ แต่วิวาห์ต้องล่มลงเพราะนพศิลป์เมาและมีความสัมพันธ์กับมยุรา น้องสาวของจตุรงค์ จนถึงขั้นจดทะเบียนสมรสกัน อินทิยาเสียใจอย่างหนักจนต้องหนีไปพักใจที่ภูเก็ตนานหนึ่งปี

เมื่อทำใจกลับมาได้ เรื่องเลวร้ายยิ่งกว่ากลับรออยู่ เมื่อบิดาบังคับให้เธอแต่งงานกับจตุรงค์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ และที่ทำให้เธอถึงกับช็อคคือ พรพนมทำสัญญากับจตุพลว่า หากใครฝ่าฝืนจะต้องเสียค่าปรับหนึ่งร้อยล้านบาท และถูกริบธุรกิจมูลค่าร่วมสามร้อยล้านบาททันที อินทิยาจึงจำใจต้องยอมเข้าพิธีแต่งงานโดยไร้ทางเลือก ทว่าเธอปฎิญาณกับตัวเองว่า ไม่มีวันยอมเป็นภรรยาโดยสมบูรณ์ของจตุรงค์เด็ดขาด

มาร์เซลโล่สงสารและเห็นใจอินทิยามาก ชะตาชีวิตของเธอ คล้ายกับตนเกือบทั้งหมด เขาจึงไม่แปลกใจที่เธอทำเช่นนั้นกับจตุรงค์ อินทิยาคงเก็บกดความรู้สึกไว้นาน พอระเบิดจึงรุนแรง ชายทั้งสามจึงปล่อยให้เธอดับความรู้สึกด้วยแอลกอฮอล์ เพราะมันเป็นทางออกเดียวตอนนี้ ให้เธอหลุดพ้นจากเรื่องร้ายถาโถม แม้ว่าแค่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวก็ตาม และคอยดูเธออย่างเป็นห่วง

“ฉันว่า พาลินน์กลับดีมั้ย เริ่มจะเมาแล้วนะ ไม่พากลับตอนนี้มีหวังหลับคาโต๊ะแน่” ริกการ์โดเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นอินทิยาเริ่มนั่งไม่ตรง

“ก็ดีเหมือนกัน” เตชินท์เห็นด้วย

สุเมธไม่คิดทิ้งอินทิยา ด้วยสภาพร่างกายถูกฝ่ายตรงข้ามใช้ขวดตีหัว หัวแตกเย็บสองเข็ม เกิดอาการปวดหัวและเจ็บแผล หลังจากเล่าเรื่องราวจบ เตชินท์ไล่ให้กลับไปพักผ่อน พวกเขาจะเป็นคนดูแลอินทิยาที่ยังไม่คิดกลับบ้าน สุเมธเห็นว่าพวกเขาทั้งสามเป็นเพื่อนของนิคโกโล สามีภาพิมล เขาจึงกลับบ้านไปพักผ่อน

“ลินท์กลับบ้านนะ ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน” มาร์เซลโล่นั่งใกล้กับอินทิยา หันมาบอก

“ไม่...ช้านไม่อยากกลับบ้าน ช้านอยากดื่ม ดื่มให้มาวไปเลย” อินทิยาตอบเสียงยาน ยกแก้วเหล้าดื่มพรวดเดียวหมด

“ไม่กลับไม่ได้ คุณเมาแล้ว ไป...ผมจะพาคุณกลับ”

“ช้านไม่กลับ ไม่กลับ” เสมือนกับจิตใต้สำนึกสั่ง “ช้านไม่อยากกลับบ้าน ที่บ้านไม่มีใครรัก ไม่มีใครต้องการช้าน ไม่มีสักคน”

สามหนุ่มมองหน้ากัน เข้าใจความรู้สึกอินทิยา

“เอาไงดีวะ หรือจะพาไปส่งบ้านโรสดี” เตชินท์ถามเพื่อนทั้งสอง

“ม่ายปาย ไม่ไป” อินทิยาพูดสวน “ช้านจะดื่ม เอาเหล้ามาเพิ่ม ช้านจะดื่ม”

“เอาอย่างนี้ล่ะกัน เจมส์...แกกลับบ้านไปก่อนก็ได้นะ พรุ่งนี้แกต้องไปส่งคุณพ่อกับคุณแม่ที่สนามบิน ส่วนแก ไอ้ริกกี้...แกขึ้นไปพักผ่อนได้แล้ว ฉันจะอยู่ดูลินท์เอง พอลินท์เมาหลับ ฉันจะพาลินท์ไปส่งที่บ้านโรส เพราะเธอไม่ยอมกลับตอนมีสติแน่”

“ลินท์เมา กูขอให้มึงพาลินท์ไปส่งที่บ้านโรสจริงๆ เถอะ กลัวจะพาขึ้นห้องล่ะสิไม่ว่า” ริกการ์โดรู้ทัน “มึงอย่าลืมนะว่า ลินท์เป็นเพื่อนโรส และตอนนี้ไอ้นิคกำลังตามง้อโรสอยู่ มึงทำอะไรลินท์ล่ะก็ ผลมันจะตามไปถึงนิคนะ”

“มึงนี่รู้มาก เห็นกูเป็นคนยังไงวะ” มาร์เซลโล่รีบโต้

“ไม่รู้ก็ไม่ใช่เพื่อนมึงสิวะ มึงน่ะ เล่นมองลินท์ตาเป็นมัน ถ้าหิ้วขึ้นห้องได้ตอนนั้นคงทำแล้วล่ะ” สมกับเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ

“ใช่ กูเห็นด้วยกับริกกี้ ตามึงเนี่ยนะ โห...ร้อนสุดๆ” เตชินท์ผสมโรง

“พวกมึงไปได้แล้วไป กูจะได้อยู่ดูแลลินท์” มาร์เซลโล่ไม่ปฏิเสธ เพราะใจจริงอยากทำตามนี้ตั้งแต่เห็นอินทิยาครั้งแรก ยิ่งมาเห็นตอนอยู่ในผับ ความเสน่หาสุมกายสุมใจหนักมาก จนอยากหิ้วอินทิยาขึ้นห้อง และจัดการเธอให้สมใจ

“เออๆ ไปก็ได้ แต่เตือนไว้อย่างคือ ทำอะไรคิดให้ดีๆ นะไอ้มาร์ซ ฉันไม่อยากให้นายมาวุ่นวายใจทีหลัง เพราะนั่นหมายถึงความยุ่งยากที่นายอาจจัดการไม่ได้”

ว่าจบ สองหนุ่มพากันเดินออกจากผับ เหลือเพียงมาร์เซลโล่ที่นั่งเป็นเพื่อนคนกำลังเสียใจ คำเตือนของเพื่อนไม่มีในหัว อาจเพราะตอนนี้สมองและร่างกายเขา มีเพียงอินทยาคนเดียวเท่านั้น เขามองไปดื่มไป ดวงตาของเขาเหมือนกับที่สองเพื่อนสนิทพูดไม่มีผิด ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ...ไฟปรารถนา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป